Search

บริษัทโฮลดิ้ง ดียังไง? 5 เหตุผลที่ธุรกิจครอบครัวควรจัดตั้ง Holding Company

Updated: Jul 5



บริษัท Holding คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง?


เจ้าของธุรกิจทุกคนล้วนไม่อยากสูญเสียทรัพย์สินที่หามาด้วยความยากลำบาก และพยายามปกป้องทรัพย์สินทุกวิถีทาง ซึ่งในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ธุรกิจต่างๆก็มีการพัฒนากลยุทธ์เพื่อช่วยในการปกป้องทรัพย์สิน หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือ การแยกธุรกิจออกเป็นหลายหน่วยเพื่อลดความเสี่ยง โดยธุรกิจเหล่านั้นจะอยู่ภายใต้ Holding Company หรือที่เรียกว่าบริษัทแม่นั่นเอง

Holding Company เป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจครอบครัวที่มีขนาดกลางขึ้นไปนิยมใช้ในการวางแผนบริหารธุรกิจ และทรัพย์สินของส่วนรวมของสมาชิกครอบครัว แม้กระทั่งบริษัท ที่เรารู้จักกันดีในตลาดหุ้น บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังลงทุนอยู่ในโฮลดิ้ง ซึ่ง Holding Company ไม่มีการดำเนินการทางธุรกิจแบบทั่วไป แต่เป็นบริษัทที่นำเงินไปลงทุนในกิจการอื่น (บริษัทลูก) เพื่อรอรับเงินปันผลจากกิจการเหล่านั้น

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังสามารถกำหนดนโยบายการบริหารงานของบริษัทลูกได้อีกด้วย เพราะมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า Holding Company มักจะเป็น Corporate ระดับใหญ่ๆที่มีหลายหน่วยธุรกิจในตัว



โครงสร้างบริษัททั่วไป บริษัทโฮลดิ้ง.

ทรัพย์สินอื่นๆที่สำคัญและมีมูลค่า เช่น เครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์ หรือเครื่องหมายการค้า ก็สามารถนำมาเป็นทรัพย์สินเพื่อจัดตั้งเป็น Holding Company แล้วปล่อยเช่าอุปกรณ์เครื่องจักร พื้นที่ทำออฟฟิศ หรือตราสินค้า ให้กับบริษัทลูกอื่นๆภายในบริษัทแม่ได้อีกด้วย

มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมากใช้โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งเพื่อถือหุ้นในบริษัทลูกที่ทำธุรกิจ โดยแบ่งธุรกิจแต่ละหน่วยให้กับลูกหลานเพื่อไม่ให้ทำธุรกิจร่วมกันในที่เดียว วิธีนี้เป็นการป้องกันความขัดแย้งกันของคนในครอบครัว ซึ่งเมื่อบริษัทลูกมีผลกำไรก็ส่งเข้า Holding Company เพื่อใช้เป็นที่รวบรวมเงินกองกลางของครอบครัว



โครงสร้าง Holding Company ของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google

บริษัทโฮลดิ้งสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์อะไรได้บ้าง ?


สินทรัพย์ที่ Holding Company สามารถเป็นเจ้าของได้นั้นมีเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น


  • หุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการปัจจุบัน

  • หลักทรัพย์ เช่น หุ้นกู้ กองทุน ตราสารทางการเงินต่างๆ

  • ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์

  • อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

5 เหตุผลที่ควรจัดตั้ง Holding Company



1. ปกป้องทรัพย์สิน จำกัดความเสี่ยง

โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้ง เปรียบเสมือนโล่ที่ทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินของบริษัทลูกๆในเครือของตัวเอง เจ้าหนี้ของบริษัทลูกก็ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทลูกคนเดียว เจ้าหนี้ไม่สามารถแตะต้องทรัพย์สินที่เป็นของ Holding Company หรือกิจการอื่นๆภายเครือได้

ยกตัวอย่าง ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทที่ผลิตแชมพู สบู่ ยาสีฟัน ยี่ห้อดัง มีรถบรรทุกไว้ส่งของให้ร้านค้าทั่วประเทศ หากเกิดมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องปิดตัวหรือถูกฟ้องร้อง เช่น พนักงานขับรถประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุ ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมากจนเกินกว่าที่จะรับผิดชอบได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ กิจการที่สร้างมาก็ต้องล้มละลาย


กรณีเช่นนี้จึงควรจัดตั้ง Holding Company ขึ้นมาใหม่เป็นโครงสร้างแบบโฮลดิ้งในขณะที่บริษัทยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เพื่อนำเงินไปลงทุนในบริษัทลูก โดยที่ตัว Holding Company จะไม่มีการดำเนินกิจการทางธุรกิจ เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงใดๆต่อทรัพย์สินของครอบครัว เมื่อกิจการลูกมีผลกำไรก็ควรที่จะจ่ายเงินปันผลไปเก็บไว้ในบริษัทโฮลดิ้ง ส่วนการที่จะนำเงินในโฮลดิ้งไปบริหารอย่างไรต่อ ก็เป็นเรื่องที่สมาชิกครอบครัวจะช่วยกันพิจารณาต่อไป

จะเห็นว่าการทำเช่นนี้ เป็นการจำกัดความเสี่ยงหรือความรับผิดของแต่ละบริษัทไม่ให้เชื่อมโยงถึงกัน เพราะความรับผิดจะมีเพียงในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งจำกัดความรับผิดเพียงแค่ค่าหุ้นแต่ยังชำระไม่ครบ


2. ใช้เป็นเครื่องมือจัดโครงสร้าง เพื่อรองรับการขยายกิจการ

นี่ถือเป็นข้อดีสำคัญของ Holding Company เลยก็ว่าได้ โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งนั้นเอื้อต่อการขยายธุรกิจอย่างมาก


ยกตัวอย่าง สมมุติว่าปัจจุบันคุณกำลังทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีขนาดกลาง เมื่อลูกๆเรียนจบก็เข้ามาช่วยบริหารงาน คุณเห็นว่าลูกๆของคุณมีศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจ ต่อมาคุณจึงมีความต้องการขยายไลน์ธุรกิจเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีสิทธิบัตร และธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า

กรณีเช่นนี้ โครงสร้างแบบโฮลดิ้งนั้นมีความเหมาะสมมาก ถ้าคุณไม่จัดโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งและรวมธุรกิจดังกล่าวเข้าด้วยกันทั้งหมดให้อยู่ในบริษัทเดียวกัน จะเกิดปัญหายุ่งยากตามมาเพราะเกิดความไม่ชัดเจนของธุรกิจ รวมทั้งการจัดทำรายงานต่างๆของบริษัทก็จะไม่ชัดเจน ทำให้การวัดผลการดำเนินงานหรือกำไรของแต่ละธุรกิจได้ยาก

ดังนั้น เราแนะนำให้คุณแยกหน่วยธุรกิจออกจากกัน โดยคุณสามารถแยกหน่วยธุรกิจแบ่งตามความถนัดของลูกแต่ละคน และใช้เงินลงทุนจากบริษัทดั้งเดิมของคุณที่เป็นกิจการทำรับเหมาก่อสร้าง แบบนี้ทุกหน่วยธุรกิจก็ถือว่าเป็นส่วนรวมของครอบครัว ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง



3. การส่งต่อทรัพย์สิน และจัดการทรัพย์สินสามารถทำได้ง่าย

ธุรกิจครอบครัวจะได้ประโยชน์จากข้อนี้เต็มๆ เพราะโครงสร้างบริษัทโฮลดิ้ง สามารถจัดสรรแบ่งทรัพย์สิน หรือเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่เป็นสมาชิกในครอบครัวได้สะดวกและโปร่งใส

ยกตัวอย่าง สมมุติว่าคุณมี 4 บริษัท และอยากจะแบ่งทรัพย์สินให้กับลูก 5 คนของคุณ แทนนี้จะมาจัดการกระจายแบ่งหุ้นทีละกิจการให้ลูกๆ คุณก็ตั้ง Holding Company ขึ้นมา แล้วทำการออกหุ้นบริษัท โฮลดิ้งให้ลูกทั้ง 5 คนของคุณแทน โดยคุณสามารถกำหนดสัดส่วนของการแบ่งหุ้นให้กับลูกๆของคุณได้อีกด้วย


4. ช่วยลดภาระภาษี


ในบริษัทที่มีการประกอบกิจการ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจของคุณ ถ้าเปิดกิจการมานาน ก็เป็นไปได้ว่าจะมีกำไรสะสมในบริษัทจำนวนมาก ซึ่งถ้าเราจะจ่ายเป็นเงินปันผลออกมาให้ผู้ถือหุ้น เราต้องเสียภาษี

หัก ณ ที่จ่าย 10%

แต่การที่มีโฮลดิ้งมีถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ ทำให้เราถ่ายเงินออกโดยจ่ายเงินปันผลมาที่โฮลดิ้ง ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% นั้น ถือว่าเป็นการชะลอการจ่ายภาษีก้อนใหญ่เลยทีเดียว เพราะถ้าหากคุณมีกำไรสะสม 200 ล้าน 10% ก็เท่ากับ 20 ล้านบาทเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน Holding Company สามารถช่วยทำให้ประหยัดภาษีจากการส่งต่อทรัพย์สินได้ ซึ่งมีหลายกลยุทธ์ด้วยกัน หนึ่งในกลยุทธ์นั้นคือ การ Freeze มูลค่าทรัพย์สินไว้ เพื่อเวลาคำนวณการเสียภาษีการให้ และภาษีมรดก จะได้คำนวณจากมูลค่า ณ วันที่เอาทรัพย์สินเข้าบริษัท ทำให้มูลค่าปัจจุบัน ต่ำกว่ามูลค่าในอนาคตอย่างแน่นอน


ยกตัวอย่าง หากเราเอาอสังหาริมทรัพย์ ที่มูลค่าวันนี้ 100 ล้านบาท เข้ามาอยู่ในบริษัทโฮลดิ้ง อีก 10 ปีผ่านไป อสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจะมูลค่าเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท หากรุ่นปู่ หรือรุ่นพ่อจากไป จากที่ต้องคำนวณภาษีจาก 400 ล้านบาท ก็จะคำนวณจาก 100 ล้านบาทแทน

เราแนะนำ ประเด็นภาษีของบริษัท โฮลดิ้ง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน และมีเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาหลายประเด็น ก่อนที่คุณจะจัดตั้ง Holding Company คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินสถานการณ์ และวางแผนรองรับสำหรับอนาคต รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ของรัฐ


5. ใช้เป็นเครื่องมือบริหารสวัสดิการคนในครอบครัว


เมื่อเราได้รวบรวมทรัพย์สินสำคัญและหุ้นของธุรกิจที่ประกอบกิจการมาอยู่ในบริษัทโฮลดิ้งแล้ว เราสามารถจัดระบบสวัสดิการดูแลคนในครอบครัวได้ เราแนะนำว่าขั้นตอนนี้ควรเป็นขั้นตอนหลังจากได้มีการทำธรรมนูญครอบครัวแล้ว ซึ่งเนื้อหาในนั้นจะมีการพูดถึงรายละเอียดการดูแลสมาชิก เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนในครอบครัวจะมาสานต่อธุรกิจ จะมีคนกลุ่มหนึ่งอาจเลือกที่จะทำงานนอกธุรกิจครอบครัว


ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องการดูแลสวัสดิการและการส่งต่อธุรกิจ กลุ่มคนที่ทำงานในธุรกิจ และกลุ่มคนที่ทำงานนอกธุรกิจอาจจะได้รับสวัสดิการไม่เท่ากัน และได้รับหุ้นไม่เท่ากัน โดยทายาทที่ทำงานในธุรกิจครอบครัวก็ได้สวัสดิการจากบริษัท แต่ Holding Company จะเป็นแหล่งรวมทรัพย์สินที่เอาไว้ดูแลสวัสดิการของคนในครอบครัวทุกคน หรือคนที่ไม่ได้มาทำงานสานต่อธุรกิจของครอบครัวได้อีกด้วย


ธุรกิจของคุณควรจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งหรือไม่?

เราแนะนำให้คุณจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง ถ้าหากบริษัทหรือธุรกิจของคุณ

  • มียอดขายมากกว่า 50 ล้าน หรือมีกำไรสะสมในงบการเงินมากกว่า 20 ล้าน

  • ธุรกิจกำลังเติบโตและคุณต้องการจำกัดความเสี่ยง

  • ธุรกิจของคุณมีเครื่องหมายการค้า

  • คุณมีอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าสูง

  • มีอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการส่งต่อให้ลูกหลาน

  • ครอบครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีทายาทธุรกิจหลายคน


สรุป

จะเห็นได้ว่า Holding Company มีข้อดีมากมาย แต่โครงสร้างของบริษัทโฮลดิ้งนั้นอาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน แต่ถ้าหากคุณมีธุรกิจที่กำลังเติบโต หรือมีแนวโน้มที่จะขยับขยายกิจการในอนาคต การปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ก็ถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจและครอบครัวของคุณได้เป็นอย่างดี



ปรึกษาด้านการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง







ปภาสร แก้วกอบสิน

Founder , IDOL PLANNER CONSULTING

ผู้ก่อตั้งบริษัท Idol Planner Consulting    รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจครอบครัว  และเป็นผู้ดูแลลูกค้าสินทรัพย์สูง จากหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี เป็นวิทยากรรับเชิญให้กับหน่วยงานเอกชน และสมาคมอุตสาหกรรมในจังหวัดต่างๆ รวมถึงเป็นเจ้าของผลงานหนังสือขายดีหลากหลายเล่ม

Idolplanner Co., ltd.

Address

1055/577 State Tower 29th Fl.
Silom Rd., Bangrak
Bangkok 10500

Contact

Tel: 02 010 8823

Follow

  • Facebook
  • YouTube

©2020 by Idolplanner Co., Ltd.